หน้าแรก

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[Android คืออะไร?] รู้จัก Android (แอนดรอยด์)และวิธีการเลือกซื้อมือถือ Android Phone [5-ต.ค.-2555]

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบ เทคโนโลยี รวมถึง เป็นคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว ก็คงจะคุ้นเคยกับคำว่า แอนดรอยด์ (Android) เป็นอย่างดี ซึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้น แอนดรอยด์ ถือเป็นอีกหนึ่งระบบปฏิบัติการในตลาด ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่แพ้กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ซึ่งในวันนี้ ทีมงานได้รวบรวมเอาข้อมูล ที่อาจจะช่วยให้ หลายๆท่านที่กำลังสนใจนั้น ได้รู้จักกับ ระบบปฏิบัติการตัวนี้กันมากขึ้น ว่า แอนดรอยด์​คืออะไร และ ทำอะไรได้บ้าง ลองมาชมกันเลยครับ

แอนดรอยด์ (Android) คืออะไร?


วิธีที่จะเข้าใจว่า Android(แอนดรอยด์) คืออะไร? อย่างง่ายๆ ให้เราลองนึกถึง คอมพิวเตอร์ที่บ้านครับ ตอนนี้ใช้ Windows อะไรอยู่ครับ บางคนก็จะตอบว่า Windows 7, Windows Vista บางคนก็ตอบว่า Windows XP หรือบางคนอาจจะตอบว่า ผมไม่ใช้ Windows ผมใช้ Linux ซึ่งจะเป็น Linux รุ่นไหนก็ว่ากันไป … Windows หรือ Linux เราเรียกมันว่า ระบบปฏิบัติการ(OS) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าถ้าคอมพิวเตอร์ไม่ลง Windows ก็จะเปิดเครื่องเพื่อทำงานไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น โทรศัพท์มือถือ SmartPhone ก็เช่นเดียวกันครับ มันต้องการ OS ซึ่งใน iPhone นั้นบริษัทแอปเปิ้ลใช้ OS ที่ชื่อว่า iPhone OS ครับ ในขณะที่บริษัทกูเกิ้ล(Google) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอที อีกรายก็ได้ซุ่มพัฒนา OS ที่มีชื่อว่า Android(แอนดรอยด์) OS ขึ้นมา ซึ่ง Android(แอนดรอยด์) เวอร์ชั่น 1.0 ได้ถูกปล่อยออกมาใช้งานอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ 2008
คู่แข่ง iPhone?
วงการมือถือในปัจจุบันมีโทรศัพท์กลุ่มที่เรียกว่า SmartPhone ซึ่งคือมือถือที่ทำอะไรได้มากกว่า โทรเข้า-ออก โดยสามารถเข้าถึงบริการต่างๆบนอินเตอร์เน็ตผ่าน App(แอพลิเคชั่น หรือโปรแกรม)บน Smartphone ทำให้โทรศัพท์มือถือในกลุ่ม SmartPhone เป็นอะไรที่ดึงดูดผู้ใช้งานมือถือที่ต้องการอะไรที่ใหม่ๆ เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และเกิด LifeStyle ใหม่ๆ ซึ่งในปัจจุบัน เจ้าตลาด SmartPhone คือ iPhone ของบริษัทแอปเปิ้ล ที่โด่งดังมาตลอดในช่าม 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยยังไม่มีใครมาทาบรัศมีได้.. แต่แล้วในปีนี้เราเริ่มจะเห็นมือถือหลายรุ่นที่มีหน้าตาการทำงานคล้ายกัน และมีความสามารถที่ทัดเทียมกับ iPhone และในบางกระแสบอกว่า ความสามารถของเจ้ามือถือนี้ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า iPhone เสียอีก… ผู้คนเรียกขานเจ้ามือถือหลายรุ่น หลายยี่ห้อ แต่มีหน้าตาการทำงานที่เหมือนกันนี้ว่า “Android(แอนดรอยด์) Phone”

ต้นกำเนิด แอนดรอยด์ (Android)


ย้อนไปเมื่อประมาณ เดือน ตุลาคม ปี 2003 Andy Rubin ได้ก่อตั้งบริษัท แอนดรอยด์ (Android, Inc.) พร้อมกับเพื่อนร่วมงานที่ถือว่ามีความสามารถแตกต่างกันออกไปในแต่ละด้าน ร่วมกันพัฒนามาเรื่อยจนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2550 โทรศัพท์มือถือรุ่นแรก ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ก็ได้ออกวางจำหน่าย ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ คือ HTC Dream

Android 4.0 หรือ Android 4.1? ตัวเลขข้างหลังคืออะไร? เพื่ออะไร?

Android(แอนดรอยด์) 4.0 เป็นหมายเลขเวอร์ชั่นของ ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ครับ เหมือนที่ Windows มีทั้ง Windows95, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาต่อๆกันมาของ Windows ครับ ใน Android OS เองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ตอนนี้ Android OS มีทั้งหมด 10 เวอร์ชั่นแล้วครับและมีชื่อเล่นสำหรับเรียกง่ายๆด้วยครับ
ซึ่ง ก็ได้แก่ Apple Pie(Android 1.0),Banana Bread(Android 1.1),CupCake(Android 1.5), Donut(Android 1.6), Éclair(Android 2.1), Froyo(Android 2.2), Gingerbread(Android 2.3), Honeycomb(Android 3.0), Ice Cream Sandwich(Android 4.0), Jelly Bean (Android 4.1) จะสังเกตุเห็นได้ว่า ชื่อรุ่นทุกรุ่นเป็นของหวานทั้งหมดเลยครับ และในรุ่น Android ที่จะพัฒนาในอนาคตซึ่งยังไม่มีการกำหนดเลขเวอร์ชั่นก็จะมีชื่อว่า Key lime pie อีกด้วย.. แค่อ่านชื่อก็อิ่มแล้ว..

วิธีการเลือกซื้อมือถือ Android Phone

1. เลือกเวอร์ชั่นของ Android OS

เนื่องจาก Android(แอนดรอยด์) Phone  เป็นมือถือที่มีส่วนประกอบของ ระบบปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นการเลือกซื้อ Android Phone จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึง เวอร์ชั่นของ Android(แอนดรอยด์) OS ที่เราต้องการด้วยครับ ซึ่งเมื่อไปที่ร้านมือถือตั้งใจจะซื้อ Android Phone สักเครื่อง แต่แล้วเราก็จะมึนงง เพราะว่ามือถือ Android Phone แต่ละยี่ห้อใช้ Androidคนละเวอร์ชั่นแล้วเราจะเลือกยังไงกันดี แล้วเราต้องใช้รุ่นไหนยังไง.. Android Phone รุ่นไหนคุ้มไม่คุ้มยังไง… ความมืดแปดด้านของการเลือก Android Phone ก็เริ่มครอบงำเรา… งั้นเรามาดูรายละเอียดว่า Android(แอนดรอยด์) OS แต่ละรุ่นมีความสามารถอะไรกันบ้างดีกว่าครับ เราจะได้รู้ว่า โทรศัพท์ Android Phone รุ่นที่เราเล็งอยู่นั้น มันทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้บ้าง
android 1.5
Android(แอนดรอยด์) 1.5 (Cupcake)Android Phone ที่ ใช้ Android(แอนดรอยด์) 1.5 จะมีความสามารถหลักๆดังนี้ ควบคุมด้วย Touch Screen
  • ใช้นิ้วแตะเพื่อควบคุมการทำงานมือถือ
ใช้บริการ Google Service
  • Web Search
  • Gmail
  • Calendar
  • Google Map
Social Network ใช้บริการ Social Network ผ่าน App ที่น่าสนใจหลายเว็บ
  • Facebook for Android
  • Twitter for Android
การติดตั้ง โปรแกรมลงใน Android Phone
  • ลงโปรแกรมผ่าน Android Phone ผ่านส่วนเชื่อมต่อที่เรียกกว่า Android Market Place
กล้อง
  • ถ่ายรูป และ ถ่ายวีดีโอ ได้
  • Upload วีดีโอขึ้น Youtube.com และ รูปถ่ายไปยัง Picasa ได้จาก Android(แอนดรอยด์) Phone โดยตรง
ระบบเดาคำศัพท์ Text-Prediction
  • ช่วยในการพิมพ์ โดย Android Phone จะช่วยเดาว่าเรากำลังพิมพ์คำว่าอะไร เพื่อลดเวลาในการพิมพ์ข้อความ
Bluetooth
  • รองรับ Bluetooth A2DP / AVRCP
  • เชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth Handfree อัตโนมัติ(เชื่อมต่อครั้งแรกต้อง Paire Device เหมือนมือถืออื่นๆ)
Home Screen
  • สามารถวาง Widget (หน้าต่างเล็กๆเพื่อโชว์การทำงานของ App เช่น โชว์ภาพถ่าย โชว์หน้าต่างเล่นเพลง แบบ Winamp
รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 1.5
android_phone_1_5


android_1_6_toppic
Android(แอนดรอยด์) 1.6 (Donut)Android Phone ที่ลงระบบ Android 1.6 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 1.5 ดังนี้
Web History / contact list Search

  • เพิ่มการค้นหาในสถิติการใช้งานเว็บไซต์ และรายชื่อ contacts ใน Android Phone
Android(แอนดรอยด์) Phone พูดได้ Text-to-Speech
  • Android Phone สามารถพูดตามข้อความได้(text-to-speech) เช่นการอ่านข้อความ sms โดยเราไม่จำเป็นต้องอ่านเอง
Voice Control
  • โทรออกด้วยเสียง
  • Google Search ด้วยเสียง
รายการโทรศัพท์มือถือ Android(แอนดรอยด์) Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 1.6
android_phone_1_6
android_2_1_toppic
Android(แอนดรอยด์) 2.0/2.1 (Eclair)   Android Phone ที่ลงระบบ Android 2.0/2.1 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 1.6 ดังนี้
Performance
  • ปรับปรุงความเร็วในการทำงานของ Android ให้เร็วยิ่งขึ้น
  • ปรับปรุง User Interface
  • ปรับปรุง รายการติดต่อ(Contact Lists)
  • ปรับปรุงการแสดงผล ขาว-ดำ
  • ใช้งาน Multi-Touch Screen ได้
  • ปรับปรุง คีย์บอร์ดเสมือน(คีย์บอร์ดบนหน้าจอ)
Internet Browser
  • ปรับปรุง Internet Browser และพัฒนารองรับเทคโนโลยี HTML5
Google Service
  • ใช้ Google Maps 3.1.2
  • รองรับ Microsoft Exchange
Camera
  • รองรับการใช้ Flash สำหรับการถ่ายรูป
  • กล้องถ่ายรูป ซูมระดับดิจิตอลได้
Home Screen
  • Live Wallpapers (วอลล์เปเปอร์ แบบเคลื่อนไหวและตอบสนองการกดหน้าจอได้ เช่น หน้าจอแบบพื้นน้ำ)
Bluetooth
  • รองรับ Bluetooth 2.1
รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.0/2.1
android_phone_2_0






























android_2_2_toppic
Android(แอนดรอยด์) 2.2 (Froyo)Android Phone ที่ลงระบบ Android 2.2 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 2.1 ดังนี้
Performance
  • การทำงานของ Android Phone เร็วขึ้น 5 เท่า
  • รองรับการลงโปรแกรมลงใน Memory Card
  • เปลี่ยนภาษาบน keyboard Android Phone ได้ง่ายๆ
Internet Tethering
  • ใช้ Android Phone เป็นโมเด็มสำหรับต่ออินเตอร์เน็ตให้คอมพิวเตอร์ได้(Tethering)
  • แปลงร่าง Android Phone เป็น Wifi Hotspot
Internet Browser
  • รองรับการใช้ Adobe Flash 10.1 (ทำงานเร็วขึ้น)
  • Brower ใหม่ใช้ความสามารถของ Chrome และ JavaScript Engine
  • Browser ใช้งาน file upload ได้
Google Service
  • ปรับปรุงความสามารถ Microsoft Exchange สามารถ sync ปฏิทินได้
Bluetooth
  • โทรออกด้วยเสียงผ่าน Bluetooth
รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.2
android_phone_2_2







































android_2_3_toppic
     Android(แอนดรอยด์) 2.3/2.4 (Gingerbread)Android Phone ที่ลงระบบ Android 2.3/2.4 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 2.2 ดังนี้
การแสดงผล
  • รองรับหน้าจอขนาดความละเอียด WXGA (1280×768) หรือสูงกว่า
Performance
  • ปรับปรุงการทำงานให้เร็วขึ้น
  • ปรับปรุงระบบฟังก์ชั่นการทำงานของการ Copy-Paste
  • ทำการปรับปรุงระบบ Multi-Touch ของซอฟต์แวร์ keyboard
  • ปรับปรุงระบบการจัดการพลังงานแบตเตอร์รี่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น
Internet Tethering
  • รองรับการสื่อสารแบบ SIP และ VoIP
Internet Browser
  • มีการเพิ่มโปรแกรม Download Manager เพื่อรองรับการดาวน์โหลดที่ต้องใช้ระยะเวลานาน
Multimedia
  • รองรับไฟล์วีดีโอประเภท WebM/VP8
  • รองรับไฟล์เสียงประเภท ACC
ด้านอื่นๆ
  • สนับสนุน Near field communication(NFC) ทำให้มือถือสามารถอ่าน RFID ได้
  • สนับสนุนระบบเซ็นเซอร์พื้นฐานต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น gyroscopes และ barometers เป็นต้น
  • สนับสนุนการทำงานร่วมกับกล้องหลายๆ ตัว
 รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3/2.4
android_phone_2_3







































android_3_0_toppic
Android(แอนดรอยด์) 3.0 / 3.1 (Honeycomb)Android Phone ที่ลงระบบ Android 3.0 / 3.1 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 2.3 ดังนี้
การแสดงผล
  • รองรับการแสดงผลแบบ 3D สามมิติ
  • อินเทอร์เฟซแบบใหม่เรียกว่า "Holographic" โดยเพิ่มฟีเจอร์ด้าน 3D
Performance
  • ปรับปรุงการทำงานให้เร็วขึ้น
  • ปรับปรุงระบบ Multi-Tasking
  • การสั่งงานผ่านเมนูที่ถูกซ่อนไว้จะถูกเปลี่ยนเป็น button bar ให้เห็นปุ่มชัดๆ
Internet Browser
  • ปรุงเบราว์เซอร์ให้รองรับ Tablet
  • สามารถ sync กับ Chrome Bookmarks ได้
Google Service
  • สามารถใช้งาน Google eBooks
  • รองรับการใช้งาน Google Talk ที่สนทนาผ่านวิดีโอได้
ด้านอื่นๆ
  • สามารถใช้ได้กับฮาร์ดแวร์ที่ไม่มีปุ่มจริงเช่น Tablet เพราะออกแบบมาให้รองรับ Virtual Buttons
รายการแท็ปเล็ต Android ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 3.0/3.1
หมายเหตุ : เนื่องจาก ระบบปฏิบัติการ Android 3.0 / 3.1 / 3.2 นั้นถูกพัฒนามาสำหรับ แท็ปเล็ต เป็นหลัก ภายในตารางจึงเป็นชื่อรุ่นของ Tablet ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Andriod 3.0 / 3.1 / 3.2
android_phone_2_3






































Android(แอนดรอยด์) 4.0 (Ice Cream Sandwich)

Android Phone ที่ลงระบบ Android 4.0 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 3.0 ดังนี้
การแสดงผล
  • ปรับปรุงอินเตอร์เฟสใหม่
Performance
  • ปรับปรุงการทำงานโดยรวมของระบบให้เร็วขึ้น
Internet Browser
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้งาน ให้สามารถใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านอื่นๆ
  • Face Unlock สามารถปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า
  • Android Beam ด้วยความสามารถของ เทคโนโลยี NFC ทำให้การแชร์ภาพ หรือ คอนเทนต์ต่างๆ ง่ายขึ้น เพียงนำเครื่องมาแตะกัน ก็สามารถส่งข้อมูลให้กันได้แล้ว
  • ROBOTO ฟอนต์ใหม่ ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
 รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0
android_phone_2_3

Android(แอนดรอยด์) 4.1 (Jelly Bean)

Android Phone ที่ลงระบบ Android 4.1 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 4.0 ดังนี้
Performance
  • ปรับปรุงการทำงานโดยรวมของระบบให้เร็วขึ้น
Internet Browser
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้งาน ให้สามารถใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของการประมวลผล Java Script
ด้านอื่นๆ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของ Face Unlock
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของ Android Beam
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของ ระบบ Messenger
 รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.1
android_phone_2_3

แอนดรอยด์ เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android Key Lime Pie ??


นอกจากแอนดรอยด์รุ่นต่างๆ ที่เราได้ทำการรวบรวมเอาไว้ข้างต้น จนถึงเวอร์ชั่น Android 4.1 นั้น ล่าสุด แหล่งข่าวจากต่างประเทศก็ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า แอนดรอยด์ รุ่นต่อไป จะใช้ Codename หรือชื่อเล่นว่า Android Key Lime Pie และคาดว่าจะมีการปรับปรุงในเรื่องของประสิทธิภาพโดยรวมของระบบให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมานะครับว่า Android Key Lime Pie (หรืออาจจะไม่ใช่ชื่อนี้) นั้น จะเป็นเวอร์ชั่นอะไร อาจจะเป็นไปได้ทั้ง 4.3 หรือ อาจจะเป็นเวอร์ชั่น 5.0 ไปเลย ซึ่ง หากมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Android ตัวล่าสุดนี้เพิ่มเติม ทีมงานจะนำข้อมูลมาให้ได้ทราบกันอีกอย่างแน่นอนครับ

2. พิจารณาคุณสมบัติด้านอุปกรณ์ในตัวเครื่อง  

นอกจากจะต้องพิจารณา Android(แอนดรอยด์) OS แล้วเรายังต้องพิจารณาคุณสมบัติของอุปกรณ์ในเครื่องด้วยนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วย
  • หน้าจอ ใช้วัสดุอะไรในการประกอบ ซึ่งมีตั้งแต่ LCD LED AMOLED หรือ Super AMOLED ตัวใหม่แบบอินเทรนด์
  • หน้าจอ รองรับการใช้ Touch screen และ multi touch screen หรือไม่
  • CPU ที่ใช้เป็นยี่ห้ออะไร มีความเร็วเท่าไหร่ โดยมีหน่วยวัดเป็น Hz นะครับ คล้ายการวัดใน cpu เครื่องคอมพิวเตอร์ และแน่นอนว่า ยิ่งมีความเร็วมาก ก็ยิ่งดีครับ(ก็จะมีราคาสูงตามนะครับ)
  • หน่วยความจำภายใน เนื่องจาก Android Phone ต้องการหน่วยความจำภายในตัวหลักในการลง Android OS และ App สำหรับการใช้งาน(สำหรับ Android 2.2 จะสามารถลง App ใน sd-card ได้ ปัญหาเรื่องนี้จึงไม่มี แต่ถ้าเป็น Android(แอนดรอยด์)รุ่นต่ำกว่านี้ ต้องคิดเรื่อง ความจุของหน่วยความจำให้ดีครับ)
  • คุณภาพของเสียง ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายก็จะมี มาตรฐานการพัฒนาคุณภาพเสียงที่แตกต่างกันออกไป เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญครับ
  • อุปกรณ์รับสัญญาณ GPS เป็นชิปประมวลผลเล็กๆที่อยู่ใน Android Phone ซึ่งเจ้าตัวนี้มีผลต่อการใช้งาน Application หลายตัวเลยนะครับ Android Phone บางรุ่นมีอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS บางตัวก็ไม่มีครับ
  • อุปกรณ์รับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ เข็มทิศดิจิตอล แบบที่เห็นใน iPhone นั่นเองครับ
  • คุณภาพของกล้องที่ Android Phone แต่ละรุ่นก็จะมีความสามารถในการถ่ายรูปที่ไม่เท่ากันครับ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเลนส์และหน่วยประมวลภาพ
อย่าลืมนะครับ Android Phone ประกอบด้วยส่วนของ Android(แอนดรอยด์) OS และ คุณสมบัติด้านฮาร์ดแวร์ของตัวเครื่อง ก่อนซื้ออย่าลืมตรวจสอบว่า Android Phone ที่ซื้อนั้นเป็นไปตามความต้องการของเราจริงๆ นะครับ

20 เรื่องที่มือใหม่ Android ควรรู้


บทความนี้สำหรับ thumbsuper ส่งต่อให้เพื่อนที่ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีนะครับ — การเดินเลือกซื้ออุปกรณ์พกพาชิ้นใหม่อย่างโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต นั้นสนุกก็จริง แต่เดี๋ยวนี้ก็มีทางเลือกให้เราเยอะแยะ จนบางทีก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจอุปกรณ์ Android หรือคุณเพิ่งจะซื้อมันมาแล้วอยากจะใช้มันให้คุ้มค่า วันนี้เรามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้งานเบื้องต้นมาให้คุณ 20 ข้อ
1. Android คืออะไร?
Android คือระบบปฎิบัติการเหมือนกับเวลาเราเปิดคอมพิวเตอร์มันก็จะมี Windows หรือเปิด iPhone iPad มาแล้วมี iOS
2. ใครเป็นผู้สร้าง Android?
Google เป็นคนทำ Android (จริงๆ มีการสร้างมาก่อน แล้ว Google มาซื้อทีหลัง) และก็มีบริษัทผู้ผลิตหลายรายมาร่วมผลิต เช่น Samsung, HTC, LG และ Motorola ตอนนี้ก็มีหลายอย่าง เช่น โทรศัพท์ แท็บเล็ต และกล้อง
3. ทำไมทุกคนถึงมาพูดกันว่า “ไอติม” “เยลลี่ถั่ว” ตลอดเวลา มันศัพท์อะไร?
เวลา Google จะอัพเดต Android เวอร์ชั่นใหม่ๆ จะมีการตั้งชื่อให้เป็นขนมโดยเรียงตามลำดับตัวอักษร เพื่อให้นับได้ง่ายว่าใครมาก่อนมาหลัง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เรียงจาก Eclair,? Froyo,? Gingerbread, Honeycomb, Ice Cream Sandwich และล่าสุดที่ชื่อว่า Jelly Bean แฟนๆ Android ชาวไทยก็เลยแปลกันเสร็จสรรพ
4. Android มีแอพพลิเคชั่นไหม?
มีครับ Android มีระบบให้คุณดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า Google Play ในนั้นจะมีหนังสือ ดนตรี และหนังให้คุณดาวน์โหลดเช่นกัน ณ ปัจจุบันนี้น่าจะมากกว่า 450,000 แอพพลิเคชั่นแล้ว
5. ฉันสามารถใช้ Twitter กับ Facebook บนโทรศัพท์ Android ได้ไหม?
ได้สิครับ ถ้าใช้ไม่ได้นี่เป็นเรื่องแน่นอน ไม่ว่าคุณจะใช้ BlackBerry, iPhone, Windows phone หรือโทรศัพท์ที่ใช้ระบบ Android คุณใช้ Social Network เหล่านี้ได้แน่นอน
6. จะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงอุปกรณ์ Android ได้อย่างไร?
มี 2 วิธีง่ายๆ อย่างแรกก็เข้าไปที่ Google Play ไม่ต้องต่อกับคอมพิวเตอร์ก็ดาวน์โหลดได้ อย่างที่สองก็คือเข้าเว็บไซต์ธรรมดาhttps://play.google.com/storeถ้าคุณล็อกอินด้วย Google Account? Google Play ก็จะเปิดตัวเลือกให้คุณติดตั้งแอพพลิเคชั่นตรงเข้าเครื่องของคุณ
7.? ฉันไม่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์ของฉันกับคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะลงแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ใช่ไหม?
ไม่ต้องเลย! จะดาวน์โหลดผ่านการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือด้วย data หรือ Wi-Fi ก็ได้ ไม่ต้องผ่านสายเคเบิลอะไร
8. เข้าใจล่ะ, แต่ถ้าฉันต้องการใส่รูปหรือหนังเข้าไปในโทรศัพท์ล่ะ จะทำได้อย่างไร?
มันมีวิธีง่ายๆ ในการถ่ายโอนไฟล์จากเครื่อง Android อย่างแรกเลยก็ใช้ Dropbox account plus ในแอพ Dropbox ที่ช่วยให้คุณอัพโหลดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากจะอัพผ่านทางคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือแท็บเล็ต หรือจะเชื่อต่อระหว่างโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ก็ทำได้ง่าย แค่ลากแล้ววาง แล้วจัดหมวดหมู่ไฟล์ ง่ายนิดเดียว
9. ใช้ iPhone มาก่อนหน้านี้มีเพลงเก็บไว้เพียบเลย จะฟังเพลงพวกนี้บน Android ได้หรือเปล่า?
ได้สิครับ มีแอพพลิเคชั่นอย่าง doubleTwist ที่ทำงานได้คล้าย iTunes และเปิดให้คุณติดตั้ง iTunes music collection บนเครื่อง Android ของคุณ ถ้าคุณเก็บเพลงไว้นอก iTunes ก็ลากแล้วางไฟล์แบบที่ทำกับ Dropbox ก็ได้เหมือนกัน
10. ได้ยินชื่อเกม Angry Birds มานาน เล่นบน Android ได้หรือเปล่า?
ได้เลย บน Android จะมีเกมนี้ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี
11. ผมมีโทรศัพท์ Android จาก Samsung ส่วนเพื่อนผมใช้ Android จาก HTC ทำไมหน้าตาของ Android ถึงดูแตกต่างกัน?
Google สร้างซอฟต์แวร์ Android ออกมา แล้วก็เปิดให้บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ติดตั้ง Android ในเครื่องเหล่านั้น แต่ผู้ผลิตอย่าง Samsung และ HTC ก็จะเพิ่มการปรับแต่งดีไซน์โดยวางอยู่บนพื้นฐานของ Android แต่รวมๆ แล้วจะต่างกันตรงหน้าตา หรือที่เรียกกันว่า Skin และซอฟต์แวร์บางส่วนซึ่งทำให้ดูแตกต่างกัน
12. ถ้าอยากได้ Android โดยไม่มี Skin ล่ะจะทำอย่างไร?
ในแต่ละ Google จะสร้างอุปกรณ์ที่เป็น Android ออกมาเองโดยใช้ชื่้อว่า ?Nexus? อย่างโทรศัพท์ Galaxy Nexus และแท็บเล็ต Nexus 7 อุปกรณ์เหล่านี้จะได้อัพเดต Android version ก่อนใคร ทำให้อัพเดตเวอร์ชั่นได้เร็ว
13. อะไรคือข้อแตกต่างระหว่าง home screens กับ app drawer?
App drawer คือที่ๆ คุณสามารถหาแอพทั้งหมดที่ติดตั้งไว้บนเครื่องของคุณ ในเครื่องของ Apple ทุกอย่างจะอยู่บน home screens แต่บน Android มันจะมี home screen ให้คุณเลือกถึง 7 อัน และแอพฯ อันไหนที่คุณไม่ได้เลือกให้มาวางไว้บน home screen ก็จะยังอยู่ใน App drawer
14. Widgets คืออะไร?
Widgets ก็คือเจ้าปุ่มที่ลอยๆ อยู่ในจอแต่มีขนาดแตกต่างไปจากแอพพลิเคชั่น เช่น แสดงข้อความ แสดงเวลา แสดงจำนวนแอพพลิเคชั่นที่เปิด ฟีดบน Facebook, Twitter ของเรา ฯลฯ โดยจะมีขนาดแตกต่างกันไปแล้วแต่จะดีไซน์มา การใช้ Widgets จะช่วยให้เราประหยัดพลังงานได้เพราะเราไม่จำเป็นต้องเปิดแอพพลิเคชั่นบ่อยๆ
15. จำเป็นไหมว่าต้องใช้ Google account เพื่อจะใช้ Android?
จำเป็น มันก็คล้ายกับที่คุณต้องมี Apple ID บน iPhone, iPad แต่ด้วยบริการของ Google ดีๆ ที่มีอยู่บน Android หลายตัว น่าจะทำให้คุณหันมาใช้ Google account ได้ในที่สุด
16. จะย้ายรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดลงโทรศัพท์ได้อย่างไร?
แนะให้คุณใส่รายชื่อผู้ติดต่อเข้าไปใน Gmail ทั้งหมด จากนั้นมันก็จะซิงค์อัตโนมัติเข้าไปในโทรศัพท์ของคุณ หรือคุณจะโอนย้ายผ่านทางซิมการ์ดก็ได้เช่นกัน
17. จะเซฟแบตเตอรี่ได้อย่างไรบ้าง?
วิธีการประหยัดแบตฯ มีเยอะแยะ เสิร์ชไปก็มีเยอะแยะ แต่วิธีที่เราแนะนำคือผู้ผลิตแต่ละรายมักจะมีมี Saving Mode ให้อยู่แล้ว ก็ใช้บริการนั้นเสีย จะได้ไม่เปลืองแบต
18. มีแอพ Android ด้าน productivity แนะนำบ้างไหม?
มีเพียบเลยอย่าง AnyDo นี่ก็ดี หรือจะลองพวก Evernote ก็ดีนะ
19. มีเกมไหนบน Android ที่คุณแนะนำบ้าง?
ปกติใน Google Play ก็จะมีแนะนำแอพเป็นหมวดๆ อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะฟรี ส่วนผู้ผลิตต่างๆ ก็มักจะมีการแนะนำแอพฯ พวกนี้ไว้อยู่แล้วเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ หรือถ้าไม่แน่ใจก็ลองอ่านการแนะนำแอพจากเว็บต่างๆ ได้ ใน thumbsup ก็มีเช่นกัน
20. ทำอย่างไรให้โทรศัพท์ Android ของฉันปลอดภัย?
Android มี security features พวกแอพฯต่อต้านไวรัสเพียบ ลองเล่นกันดูก็แล้วกัน
ที่มา: Mashable